11/15/2555

สเต็กไก่ห่อชีส (Chicken Steak Stuffed with Cheese)


ประโยชน์มหัศจรรย์ของชีส

           



เมื่อเอ่ยถึง ชีส (cheese) หลายท่านคงเข้าใจว่า ชีส ก็คือ เนย แต่ที่จริงแล้ว เนย คือไขมันล้วน ๆ ที่ถูกแยกออกมาจากไขมันนมสด สำหรับ ชีส คือผลิตภัณฑ์นม ซึ่งเปลี่ยนลักษณะไปเป็นของแข็งด้วยกระบวนการทางอุตสาหกรรมอาหาร โดยการเติมเชื้อจุลินทรีย์ลงไปในนม ให้นมจับกันเป็นลิ่ม และแยกตัวเป็นชั้นของแข็งเรียกว่า "เคิร์ด" ซึ่งในส่วนนี้จะถูกนำมาทำเป็น ชีส และในชั้นของเหลวเรียกว่า "เวย์" ที่มีคุณค่าทางอาหารจะถูกนำไปเลี้ยงสัตว์ บางครั้งยังสามารถนำไปทำยา หรือเครื่องบำรุงผิว

           เมื่อทราบ ว่า ชีส คืออะไรแล้ว ต่อไปจะเล่าว่า ชีส มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไรบ้าง

          ชี ส เป็นแหล่งอาหาร ที่ประกอบไปด้วยโปรตีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส สังกะสีสูงไม่แพ้นม และวิตามินบี 12 ของอาหารประเภทมังสวิรัติอีกด้วย ขณะที่มีน้ำตาลแลคโตสในอัตราที่ต่ำกว่านม ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนม

           สำหรับท่านที่มีปัญหาในการดื่มนม อธิบายเพิ่มเติมดังนี้ บางคนร่างกายขาด "น้ำย่อยแลคโตส" หรือมีน้อย ทำให้เมื่อดื่มนมแล้ว ร่างกายไม่สามารถที่จะย่อย "น้ำตาลแลคโตส" ที่มีอยู่ในนมได้ ส่งผลให้น้ำตาลแลคโตสที่เหลืออยู่ในร่างกายผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ และถูกย่อยโดยแบคทีเรีย จนเกิดการหมักหมมเป็นก๊าซ และกรด ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย หรือปวดท้อง

           ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนม จึงหันมารับประทาน ชีส แทนโดยไม่เกิดอาการแพ้เหมือนการดื่มนม

           เนื่อง จาก ชีส เป็นอาหารที่มีสารอาหารเข้มข้น ชีส จึงเหมาะสมสำหรับเด็กวัยกำลังเจริญเติบโต ซึ่งต้องการอาหารที่มีพลังงาน และสารอาหารสูง โดยเฉพาะโปรตีน และแคลเซี่ยมซึ่งเป็น ส่วนประกอบที่สำคัญของเนื้อกระดูก ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ (การเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแกร่งควรจะเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก จนเป็นผู้ใหญ่ และเข้าสู่วัยสูงอายุ) นอกจากนี้ ชีส ยังเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพฟัน เพราะมีน้ำตาลในปริมาณต่ำ แต่มีโปรตีนในรูปของ แคลเซี่ยมที่ช่วยเคลือบผิวฟัน และป้องกันฟันผุ

           การรับประทาน ชีส อาจจะได้รับไขมันมากกว่าการดื่มนมเล็กน้อย แต่จะให้คุณประโยชน์มากกว่า การรับประทานเค้ก คุกกี้ หรือช็อกโกแลต ซึ่งให้แต่พลังงาน และไขมันเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ ชีส ให้สารอาหารที่มีประโยชน์มากมายเหมือนนม

           สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนัก อาจเลือกรับประทาน ชีส ที่ทำจากไขมันต่ำ เพราะจะมีคลอเรสเตอรอลต่ำด้วยเช่นกัน 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

How to make cheese.

ที่มาของชีส

                 
ที่มาของชีส



                    ทุกวันนี้แต่ละภูมิภาคทั่วโลก ได้มีการทำชีสด้วยสูตรต่างๆมากมาย ทำให้เรามีชีสให้เลือกอร่อยถึง 3,000 กว่าชนิด ทีเดียว .. แต่ทราบกันไหมว่า กว่าจะก่อกำเนิดเป็นแนวคิดการแยกโปรตีนออกจากนมจนกลายมาเป็นชีสแสนอร่อยอย่างทุกวันนี้ … ต้นเหตุมันมาจาก “ความบังเอิญ” จริงจริ๊งงงง…
                    ที่มาของชีส มันเริ่มจาก “เบดูอิน” หนุ่มร่อนเร่บนหลังอูฐคนหนึ่ง ที่ขี่อูฐข้ามทะเลทรายร้อนๆ เดินทางเร่ร่อนพร้อมเสบียงนิดหน่อยที่นำติดมาด้วย เสบียงที่ว่านี่ก็คือ “นม” ที่ใช้ “กระเพาะอาหารแพะตากแห้ง” เป็นภาชนะถุงใส่นมเอาไว้ ระหว่างการรอนแรมหลายวัน อูฐของเขาก็พาเขาโขยกเขยกๆ เขย่ามาตามจังหวะที่มันเดิน ทำให้กระเพาะแพะที่บรรจุนมนั้นถูกเขย่าอยู่เกือบตลอดเวลา O.O! ประกอบกับอากาศที่ร้อนระอุแบบฉบับทะเลทรายและเอนไซม์ในกระเพาะแพะแห้ง ปัจจัยแวดล้อมนี้เป็นตัวช่วยให้เกิดการแยกระหว่างน้ำนมและโปรตีนนม จนถึงเวลาเบดูอินหนุ่มเกิดหิว เขาเปิดจุกกระเพาะแพะหวังจะดื่มนมให้หายหิว


                  
                    ปรากฎว่านมที่อยู่ในกระเพาะแพะกลายเป็นก้อนแข็ง ตอนแรกว่ากันว่าชายเบดูอินคนนี้คิดว่าเสบียงของเขาบูดเน่าเสียหาย แต่ก็หิวและเสียดายเกินกว่าจะทิ้ง จึงลองแตะๆ ชิมๆ เจ้าก้อนปริศนานั้น .. และปรากฏว่ามันอร่อย!! และนี่เป็นปฐมบทของการเกิดชีสบนโลกใบนี้ จากนั้นมันก็ถูกทำขึ้นแบบจงใจ และสุดท้ายก็แพร่หลายไปทั่วโลกเหมือนดังปัจจุบันนี้

ที่มา http://teen.mthai.com/variety/50626.html

เพลงใหม่ที่สิงโต นำโชคได้แรงบันบาลใจมาปาร์ตี้ที่ไม่อยากให้จบ ที่มีกลิ่นอายโรแมนติก จากเพลงนี้

ยินดีต้อนรับ เข้าสู่เว็บบล็อก
ในรายวิชา อินเตอร์ในชีวิตประจำวัน